Travel & Photography

“La Vela Khao Lak” — Beachfront Stylish Hotel

0000

โรงแรมดีไซน์สไตล์สุดโมเดิร์น
— “ลา เวล่า เขาหลัก” —

รีสอร์ทแห่งใหม่ย่านเขาหลักที่พึ่งเปิดได้ไม่นาน กับงานออกแบบโรงแรมที่สุดหวือหวาด้วยแนวเส้นสาย และรูปทรงเรขาคณิตอันโดดเด่น จุดหมายปลายทางยอดนิยมบนหาดบางเนียง สำหรับการมาพักร้อนนอนตากอากาศริมทะเลจังหวัดพังงา

ทริปนี้จากเชียงใหม่ ออกเดินทางกันด้วยสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways)” สู่ภูเก็ต ซึ่งมีเที่ยวบินตรงให้บริการทุกวัน ไม่ต้องเสียเวลาแวะต่อเครื่องที่กรุงเทพเหมือนสายการบินอื่นๆ ทั่วไป

Bangkok Airways — Asia’s Boutique Airline :

Link : http://www.facebook.com/FlyBangkokAir

เหตุผลหลักที่ชอบสายการบิน “บางกอกแอร์เวย์ส” นอกจากเป็นสายการบินที่ให้บริการแบบ Full Service แล้ว คือ สามารถเลือกที่นั่งก่อนการเดินทางโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โหลดกระเป๋าเดินทางฟรี 20 กิโลกรัม และหลังจากที่ผ่านขั้นตอนการเช็คอินแล้ว จะมีห้องรับรองพิเศษ “Boutique Lounge” ให้บริการสำหรับผู้โดยสาร พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มระหว่างรอขึ้นเครื่อง

แต่พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับผู้โดยสารสายการบินชั้นธุรกิจ ชั้นประหยัดพรีเมียม และสมาชิกระดับพรีเมียร์ (พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน) จะสามารถใช้ห้องรับรองชั้นธุรกิจ “Blue Ribbon Lounge” ซึ่งให้บริการเหนือระดับที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมหลากหลายเมนูอาหารจานร้อน

“รู้หมือไร่?”

สมาชิก “AIS Serenade Gold” ที่เดินทางกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้รับสิทธิ์พิเศษในการอัพเกรดจาก “Boutique Lounge” เป็นห้องรับรองชั้นธุรกิจหรือระดับ “Blue Ribbon Lounge” — สงวนสิทธิ์ “1 หมายเลข” สามารถใช้ได้ปีละ 2 ครั้ง โดยไม่รวมผู้ติดตาม

5690

มุมสบายภายใน “Blue Ribbon Lounge” — สนามบินนานาชาติเชียงใหม่

5692

ห้องตกแต่งสวยงามและค่อนข้างเป็นส่วนตัว

เงื่อนไขการเป็นสมาชิกระดับพรีเมียร์ :

สมาชิก FlyerBonus ของสายการบินจะได้รับการเลื่อนชั้นเป็นสมาชิกระดับ Premier จากการสะสมคะแนนปกติของสายการบินครบ  12,500  คะแนน หรือ 35 เที่ยวบิน (ตามเงื่อนไข) ภายในระยะเวลา 12 เดือน

ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มที่ห้องรับรอง Blue Ribbon Lounge มีความหลากหลายยิ่งขึ้น คือ นอกจากจะให้บริการข้าวต้มมัด ของว่าง เช่น แซนวิชหรือพาย รวมไปถึงเครื่องดื่มทั่วไปเหมือนห้องรับรองพิเศษ Boutique Lounge สำหรับผู้โดยสารทั่วไปของสายการบินแล้ว จะมีเมนูของกินเล่นมากขึ้น รวมไปถึงอาหารจานร้อนที่เพิ่มเติมเข้ามา ได้แก่ เป็ดย่างโฟร์ซีซั่น (เมนูอันลือชื่อ) เกี๊ยวกุ้งน้ำ เป็นต้น

0783

0846

ข้าวต้มมัดในตำนาน

0798

“เกี๊ยวกุ้งน้ำ” หนึ่งในเมนูอาหารร้อนที่ให้บริการเฉพาะห้องรับรองผู้โดยสารระดับพรีเมียร์เท่านั้น

0802

เมนูบะหมี่เป็ดสี่ฤดูอันโด่งดัง — ให้บริการเฉพาะ “Blue Ribbon Lounge”

0859

เที่ยวบิน “PG 248” สู่สนามบินนานาชาติภูเก็ต

สำหรับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ ตลอดทุกเที่ยวบินจะมีบริการอาหารบนเครื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ละเดือนก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนเมนูอาหารเพื่อไม่ให้รสชาติจำเจ

ระหว่างเดินทางมีบริการอาหารบนเครื่องทุกเที่ยวบิน เรียกได้ว่ากินเพลินเดินพุงกางกันตั้งแต่เช็คอินจนลงเครื่องเลย การเดินทางพร้อมกับเด็กเล็ก แนะนำให้สั่งอาหารล่วงหน้าผ่านหน้าเว็บ เนื่องจากบางมื้ออาหารจะมีรสเผ็ด จึงเลือกเป็น “อาหารทะเล (SFML)” เผื่อเป็นทางเลือก แต่เพื่อความแน่ใจสามารถสั่งเป็น “อาหารเด็ก” รับรอบไม่เจอเมนูเผ็ดอย่างแน่นอน หากกำลังลดน้ำหนักหรือกินเจ ทางสายการบินก็จะมี “Low Calorie Meal / LCML” ซึ่งให้พลังงานต่ำ และก็อาหารเจ “Vegetarian Jain Meal / VJML” เช่นกัน รวมไปถึงอาหารพิเศษอื่นๆ ตามความต้องการผู้โดยสารอีกด้วย

อาหารพิเศษ​ :

ผู้โดยสารสามารถสั่งอาหารพิเศษได้ระหว่างจองตั๋วเดินทาง หรือผ่านศูนย์สำรองที่นั่ง “หมายเลข 1771”

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.bangkokair.com/tha/special-meal

7901

พนักงานบริการบนเครื่องทะยอยเสิร์ฟอาหาร

 

0907

“แกงมัสมั่นไก่” — เมนูประจำเดือนพฤษภาคม

7854

7887

การเดินทางบินตรงสู่ภูเก็ตใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น ช่วงนี้สายการบินฉลองครบรอบ 50 ปี จะมีราคาตั๋วพิเศษออกมาบ่อยทีเดียว แนะนำว่าคอยติดตามข่าวเพื่อจะได้ไม่พลาดตั๋วราคาพิเศษกัน อย่างช่วงนี้เห็นว่า ช่วงนี้ถึง “31 มิถุนายน 2561” ราคาตั๋วเดินทางเส้นทาง “กรุงเทพ – ภูเก็ต” เริ่มต้นที่ 1,540 บาท รวมทุกอย่าง สามารถเดินทางได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

ข้อเสนอพิเศษ :

http://www.bangkokair.com/tha/flightdeals/view/phuket?intcid=home|herobanner|flightdealsbkkhkt|flightdeals|th

0921

0913

0922

0925

0953

0960

0996

รายละเอียดเที่ยวบิน :

PG 248 : CNX – HKT / 14:15 – 16:10 — Duration : 2h 05m

จากสนามบินต้องย้อนขึ้นไปที่เขาหลัก (จังหวัดพังงา) คืนนี้ไปพักกันที่ “La Vela Khao Lak” โรงแรมสุดชิคซึ่งเปิดได้ไม่นานนี้เอง เป็นรีสอร์ทอีกแห่งที่แอบมองไว้นานมากพึ่งจะมีโอกาสได้มาพักทริปนี้ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบถ่ายรูป และทราบมาว่างานออกแบบของโรงแรมนี้สวยมาก มาทริปนี้มั่นใจเลยว่าฟินกับเสียงชัตเตอร์แน่นอน

1226

ชื่อพร้อมสัญลักษณืโรงแรมรูป “เรือใบ”

ห้องพักคืนนี้บรรยากาศดีมาก ได้พัก “Pool Access Grand Seaview” ซึ่งหน้าห้องพักเป็นสระว่ายน้ำ ดังนั้นแค่เปิดประตูห้องออกมาก็กระโดดลงน้ำได้ทันที ที่สำคัญวิวก็แจ่มไม่แพ้กัน สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้จากระเบียง รวมไปถึงอ่าง Jacuzzi ริมสระหากต้องการผ่อนคลายยามบ่ายหรือช่วงเวลาสุดพิเศษส่วนตัว

1118

ห้องนอนเรียบง่ายแสนสบาย

1121

ห้องน้ำกว้างขวางพร้อมอ่างล้างหน้าแยก

1409

“คืนนี้แจกัน”

สำหรับห้องน้ำเป็นส่วนที่ภูมิใจนำเสนอที่สุด เนื่องจากมีการเลือกใช้ชุดฝักบัว “GROHE SmartControl” คุมอุณหภูมิน้ำด้วย Thermostat ฝังอยู่ด้านในผนังทำให้หมดกังวลจะโดนน้ำร้อนลวกเวลาอาบน้ำ รวมไปถึงเลือกปริมาณและการไหลของฝักบัวเพียงสัมผัสเบาๆ ส่วนราคาก็ประมาณถอย iMac ได้เครื่องนึง ตีเป็นเงินก็เกือบครึ่งแสนเท่านั้นครับ ทางโรงแรมให้ความสำคัญกับสุขภัณฑ์ขนาดนี้สมกับเป็นร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างครบวงจรระดับแนวหน้าของประเทศอย่าง “บุญถาวร” ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกันนั่นเอง หากอยากลองใช้ระบบฝักบัวชุดนี้ต้องมาพักที่ “La Vela Khao Lak” แห่งเดียวเท่านั้นครับ

GROHE SmartControl :

http://www.grohe.co.th/th_th/bathroom/collections/shower-systems/rainshower-smartcontrol.html

1563

“GROHE SmartControl” — แค่ลองฝักบัวก็คุ้มราคาห้องพักแล้ว

“รู้หมือไร่?”

รีสอร์ทแห่งนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โซนติดทะเล (Ocean Side) และโซนสระว่ายน้ำ (Pool Side) มีทั้งหมด 181 ห้อง และมีห้องทั้งหมด 8 ประเภท ดังนี้

Deluxe Room
Deluxe Poolside
Deluxe Oceanside
Deluxe Seaview
Pool Access Room
Family Room
Pool Access Grand
Pool Access Grand Seaview

จากห้องพักมองออกไปเห็นวิวทะเล ช่วงพลบค่ำนี่บรรยากาศดีมาก แขกที่มาพักต่างมาเฝ้ารอถ่ายรูปกับแสงสุดท้าย หาดบางเนียงที่เขาหลักนี่เหมาะกับการชมวิวช่วงพลบค่ำ แนะนำว่าช่วงเย็นระหว่างรอทานอาหารเย็นต้องมานั่งชิวริมชายหาด พระอาทิตย์ตกที่เขาหลักนี่สวยงามสมคำร่ำลือจริงๆ มาทริปนี้นอนสองคืนไม่ผิดหวังสักวันเลยครับ

1040

อิจฉาคนมานั่งเป็นคู่

1058

แอบถ่ายแฟนชาวบ้าน

1054

มุมสะท้อนจากหน้าห้องพัก

1083

หากมาเป็นคู่มันก็จะฟินหน่อยๆ

1105

บรรยากาศเงียบสงบยามเย็น

อย่างที่เกริ่นไว้ช่วงต้นครับ ว่าจุดเด่นของรีสอร์ทแห่งนี้อยู่ที่งานออกแบบโครงสร้างและส่วนแลนด์สเคปของพื้นที่โดยรอบ โดยจะเน้นที่ความทันสมัย เส้นสายรูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรือใบ ตามชื่อของโรงแรม “La Vela” ซึ่งเป็นความหมายของ “กลุ่มดาวเรือใบ” ในภาษาลาติน

“รู้หมือไร่?”

แต่ก่อนเมืองตะกั่วป่า — เดิมชื่อ “ตักโกลา” — เคยเป็นเมืองท่าที่มีเรือบรรทุกสินค้าลำใหญ่มาแวะเวียน ซึ่งเรือเหล่านี้จะลำเลียงสินค้ามีค่าจากทั่วทุกทวีป ฝ่าพายุและคลื่นลมแรงมาทอดสมอที่เมืองตักโกลา ซึ่งสมัยนั้นใช้กลุ่มดาว “La Vela” กลุ่มดาวเรือใบที่กระพริบอยู่บนฟ้า เป็นเสมือนเครื่องรางนำทางสู่ที่หมาย และกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก

1167

“เส้นสายมีสไตล์” — เดินลอดใต้ทางเชื่อมระหว่างสระน้ำของห้องพักโซนติดทะเล

1116

มุมมองสวยๆ บริเวณทางเดินลอดไปริมชายหาด

1157

1159

ทางเดินข้างห้องพักลงสระว่ายน้ำ — “Pool Side”

ห้องพักชั้นล่างส่วนที่หันหน้าเข้าหาสระว่ายน้ำ สามารถเปิดประตูออกมาเล่นน้ำได้เลย เป็นจุดขายอีกอย่างของที่นี่ สระว่ายน้ำจะกว้างใหญ่มาก และเชื่อมระหว่างตึกในแต่ละโซนถึงกันหมด ลงไปเล่นได้จากทุกบริเวณ

1188

เตียงนอนอาบแดดแช่อยู่กลางน้ำ — บริเวณด้านหน้า “Miner’s Bar”

1195

เส้นสายของสระว่ายน้ำ

1216

น้ำใสมากจนอยากกระโดดลงไปเล่นทุกครั้งที่เดินผ่าน

“รู้หมือไร่?”

“TROP : terrains + open space” เป็นผู้ออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมโดยรอบโรงแรม — ซึ่งเป็นบริษัทที่เคยทำงานให้กับรีสอร์ทมีชื่ออย่าง “Veranda Pattaya” และ “Casa de la Flora” มาก่อน — เน้นการใช้เส้นสายจากรูปทรงสามเหลี่ยมมาถ่ายทอดเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ใบเรือ” ซึ่งมีที่มาจากชื่อหมู่ดาวเรือใบ “La Vela” นั่นเอง

Link : http://www.trop.land

“Spices Restaurant” เป็นห้องอาหารสำหรับทานอาหารเช้า อยู่บริเวณชั้นล่างใกล้กับ Lobby ของโรงแรม ภายในห้องจะเน้นการตกแต่งด้วยไม้ — เปิดให้บริการ 07:00 น. ถึง 10.00 น.

1162

“Lobby” ยามเช้ามืดอันเงียบสงบ

1163

เดินลงบันไดไปทานอาหารเช้า

1171

1174

1175

1176

1178

1179

ช่วงอาหารเช้าแขกค่อนข้างแออัด อาหารหลากหลายมีเติมตลอด ช่วงนี้มาทริปยาวติดกันไม่ค่อยออกกำลังกาย อยู่ในช่วงคุมน้ำหนักก็เลยทานอย่างละนิดหน่อย มื้อเช้าก็เลยจัดเบานิดนึง ไม่ค่อยได้ลองอาหารครบทุกอย่างครับ

1187

“Egg Benedict” — เมนูแนะนำยามเช้า

1185

“Sushi!”

“Cotton Café & Library” เหมาะเป็นที่นั่งพักแอร์เย็นๆ ช่วงบ่าย อยู่บริเวณห้องพัก​โซน “Pool Side” เน้นของทานเล่นเบาๆ กาแฟ ชา และเครื่องดื่มต่างๆ สามารถมานั่งเล่นอ่านหนังสือหากข้างนอกอากาศร้อน

1543

1546

1547

1236

1241

1230

1244

1557

1553

“Kokulo Beach Club” เป็นห้องอาหารริมชายหาดสำหรับมื้อกลางวันและเย็น ส่วนตัวชอบอาหารที่นี่มาก รสจัดเข้มข้นไม่ว่าเป็นอาหารไทยหรือฝรั่ง ตั้งแต่ข้าวผัด พิซซ่า หรือพาสต้า ลองทานตลอดช่วงที่พักไม่ผิดหวังสักมื้อ ราคาอาหารก็มาตรฐานโรงแรมไม่แพงจนเกินไปครับ

1391

บรรยากาศห้องอาหารริมสระน้ำติดชายหาด

1412

“ผัดกะเพราแสนอร่อย” — สั่งแบบไม่เผ็ดสำหรับลูกชาย

1127

“พิซซ่าทะเลเข้มข้นอร่อยจุง”

1142

พาสต้าหมึกดำรสจัดจ้านมากๆ

คืนสุดท้ายวันอังคาร พอดีตรงกับช่วงที่ห้องอาหารจัดบุฟเฟ่ต์ “All You Can Eat – Tapas” ในราคา 690 บาท — ช่วงเวลา 19:00 น. ถึง 22:00 น. — ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะทานมาก เห็นเหมือนเป็นของกินเล่น ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่หนักจนเกินไป แต่พอเดินตักเรื่อยๆ แล้วก็อิ่มเอาเรื่องเหมือนกัน (ความเห็นส่วนตัว) มื้อนี้ถือว่าอร่อยเกินคาด สรุปว่าชอบสไตล์และรสชาติของอาหารที่ “Kokulo Beach Club” ที่สุดสำหรับการมาพักที่นี่ครับ

1417

อาหารที่เตรียมไว้ในตู้แช่ก่อนจัดวาง

1420

หอยอร่อยแบบไม่อั้น

1421

เนื้อวากิวทำอะไรสักอย่าง

1426

อันนี้อร่อยแบบเย็นๆ

1434

ขนมปังกรอบๆ

1439

เมนูแกะก็มาเช่นกัน

1442

“เบค่อนพันหน่อไม้ฝรั่ง”

ภายนอกของ Kokulo Beach Club ออกแบบได้โฉบเฉี่ยวมาก เน้นรูปทรง “สามเหลี่ยม” ตามสไตล์ของโรงแรม วางองศาพอดีกับสระว่ายน้ำที่เป็นรูปสามเหลี่ยมเช่นกัน หากเอาโดรนมาบินข้างบนถ่ายภาพลงมาจะเห็นชัดเจนมาก บรรยากาศสนุกครื้นเครงไปกับเสียงเพลงและแสงสีริมชายหาด ช่วงยามค่ำจากหน้าห้องอาหารก็สวยไม่แพ้วันแรก หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศชมพระอาทิตย์ตก จากหน้าหาดแถวห้องพักที่ค่อนข้างสงบ มาอยู่ตรงนี้แทนก็มีสีสันกับเสียงเพลงไปอีกแบบครับ

1267

1269

1315

1318

1343

1374

1380

1386

1387

1388

1394

สระว่ายน้ำรูปสามเหลี่ยม

“Miner’s Bar” ยามค่ำคืนก็ออกจะเงียบเหงาหน่อยๆ เพราะกำลังจะปิดให้บริการ และแขกส่วนใหญ่ก็หนีไปสนุกกันที่ห้องอาหารริมหาดเสียมากกว่า ช่วงกลางวันแถวนี้จะเป็นที่จับจองมานอนอาบแดดกลางน้ำบริเวณด้านหน้าร้านอาหาร

1402

บรรยากาศยามค่ำคืนที่ “Miner’s Bar”

1403

เดินลุยน้ำตื้นๆ เข้าไป

ยามเช้าริมหาดจะค่อนข้างเงียบสงบ แล้วออกจะร้อนไปสักนิดนึงด้วย แต่ชาวต่างชาติชอบมานอนอาบแดดกันบริเวณหน้าห้องพักไปตลอดแนวไปจนถึงหน้าร้านอาหาร

1525

บรรยากาศไม่เหมือนตอนกลางคืน

1446

กลางวันก็จะออกโทนขาวหน่อยๆ

1512

ก้มถ่ายปูจนเหงื่อโชกไปหมด

เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ประทับใจมากครับ ตลอดสองวันที่มาพักนี่เดินถ่ายรูปโดยรอบที่พักเพลินจริง โดยเฉพาะช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกหน้าหาด หากพลาดนี่คงเสียใจแน่นอน เป็นโรงแรมที่เหมาะกับคนชอบการถ่ายภาพอย่างแท้ทรู หรือหากชอบ Selfie มุมเก๋ๆ รับรอบว่าได้รูปโปรไฟล์มาอวดเพื่อนอีกเพียบแน่นอน

ในตอนหน้าจะขอปิดท้ายทริปหน้าร้อนกันที่รีสอร์ทในฝันอีกแห่งนึง “Baba Beach Club” ซึ่งแอบมองตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเปิด ชอบบรรยากาศอารมณ์และแสงสี แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว เดี๋ยวจะรีบพาไปชมรีวิวเร็วๆ นี้แน่นอนครับ

0000.jpg

ก่อนจากกัน อยากขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านกันจนจบ และฝากติดตามกันต่อด้วยนะครับ

ขอบคุณ โรงแรม La Vela Khao Lak สำหรับห้องพักริมสระพร้อมวิวทะเลที่สุดประทับใจ หากมีโอกาสคงได้กลับมาเยือนอีกครับ
ขอบคุณ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สำหรับตั๋วเดินทางบินตรงสู่ภูเก็ตในทริปนี้แบบพรีเมียร์ด้วยเช่นกันครับ

รบกวนกดติดตามและทักทายกันทาง Facebook ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดติดตามข่าวสารกันในตอนต่อไป

Facebook. : http://www.facebook.com/oatenroute
Instagram : http://www.instagram.com/oatenroute

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s